HomeBT News"ความเท่าเทียมทางเพศ" ช่วยหนุน GDP ประเทศ ทำกำไรให้องค์กร 2.2 เท่า

“ความเท่าเทียมทางเพศ” ช่วยหนุน GDP ประเทศ ทำกำไรให้องค์กร 2.2 เท่า

ปัจจุบันผู้หญิงไทยได้รับเงินเดือนเพียง 77% ของเงินเดือนผู้ชายที่ทำงานในตำแหน่งเดียวกัน

บางประเทศในเอเชียมีการคุกคามทางเพศสูงถึง 30-40% ผู้หญิงจำนวน 1 ใน 3 ของโลกเคยถูกทำร้ายร่างกายและเผชิญกับความรุนแรงทางเพศ

    นี่เป็นข้อมูลจากหลายๆ แหล่งที่มาซึ่งรวบรวมโดยดราก้อนฟลาย 360 (DRAGONFLY 360) ซึ่ง แพม-ประนัปดา พรประภา นักธุรกิจสาวจากตระกูลดัง เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นประธานกรรมการ

         หลายคนคุ้นเคยกับบทบาทของ ประนัปดา พรประภา ทายาทคนสวยของ เจ้าสัวพรเทพ พรประภา แห่งอาณาจักรสยามกลการ ในฐานะนักธุรกิจสาวมากความสามารถชื่อดังของเมืองไทย ที่ไม่เพียงสานต่อธุรกิจของครอบครัว แต่ยังเป็นผู้ธุรกิจนำเข้าสินค้าแฟชั่นหลากแบรนด์ชื่อดัง ได้แก่ Havaianas, Christian LouboutinMissoni, Berluti และ Petit Bateau

              แต่อีกบทบาทหนึ่ง ที่หญิงเก่งและแกร่งกำลังอินมากขนาดนี้ คือ การเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อสร้างความเสมอภาคทางเพศให้เกิดขึ้นในไทย โดยในในวันเสาร์นี้ (2 พ.ย.) เธอจะสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมครั้งสำคัญด้วยการจัดงาน “ดราก้อนฟลาย 360” (Dragonfly 360) ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ครั้งยิ่งใหญ่ที่มุ่งขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความเสมอภาคทางเพศ พร้อมกับส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงให้เป็นที่ยอมรับ โดยได้ความร่วมมือจากคนดังมากมายมาเป็นกระบอกเสียงถึงความไม่เสมอภาคทางเพศ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่โดยเฉพาะในเอเชียที่ยังยึดติดว่า “ชายเป็นใหญ่”

- Advertisement -

  เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจเบื้องหลังของการลุกขึ้นมาเป็นตัวตั้งตัวตีในการสร้างความเท่าเทียมกันทางเพศแบบจริงจัง ไม่ใช่สร้างกระแส ผู้บริหารสาวเก่ง พร้อมแล้วที่จะเฉลยทุกข้อข้องใจ ผ่าน 4 คำถามจากนี้

1.จุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจเรื่องนี้ และบอกตัวเองว่าต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง

            “สำหรับแพม ความเท่าเทียมกันทางเพศ ไม่ใช่สิ่งที่สนใจมานาน แต่ต้องบอกว่าสู้มาตั้งแต่เกิด เพราะแพมเกิดมาในครอบครัวไทยเชื้อสายจีน ที่ให้ความสำคัญกับลูกชาย (แพมมีน้องชาย 2 คน) ด้วยความเป็นลูกสาวคนโต แถมยังเกิดปีมะโรง ครอบครัวก็ยิ่งคาดหวัง พอเราโตมาเราเรียนเก่ง เจ้าชู้ (บ้าง) โตมากับเด็กผู้ชาย วันไหนอยากเล่นบาร์บี้ ต้องแอบนั่งเล่นอยู่คนเดียว ตั้งแต่เด็กเหมือนเราแบกรับความหวังว่า เราน่าจะเป็นผู้ชาย

            พอมาทำงาน ก็ทำงานในธุรกิจรถยนต์ แถมยังต้องทำงานกับคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ยังมีค่านิยมให้คุณค่ากับผู้ชายเป็นใหญ่ เลยเหมือนต้องแบกรับแรงกดดันมาพอตัว จนวันหนึ่งแพมตื่นมาแล้วบอกตัวเองว่า “ไม่เอาแล้ว พอกันที ทำไมเราต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น เพื่อพิสูจน์ตัวเอง โดนกดดันมาตลอดว่า เป็นผู้หญิงต้องไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างนี้ ประจวบเหมาะกับตอนนั้น แพมไปอยู่นิวยอร์ก ก็เริ่มสังเกตว่าผู้หญิงที่นิวยอร์กเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง เลยย้อนนึกถึงบ้านเรา ที่น่าจะมีใครลุกมาผลักดันเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศ โดยโฟกัสลงไปที่การปรับทัศนคติ ทำให้ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องวิชาการที่เข้าถึงยาก หรือโฟกัสแค่ซีอีโอหญิง เลยเกิดเป็นงาน “Dragonfly360”

2.ทำไมต้องDragonflyต้องการสื่อนัยอะไรถึงผู้หญิง

           “จริงๆ Dragonfly ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแมลงปอนะ แต่หมายถึง Dragon fly หรือ มังกรที่บินได้ ซึ่งแรงบันดาลใจก็มาจากตัวแพมที่เกิดปีมังกรนั่นเอง เพราะฉะนั้น ความหมายที่ซ่อนอยู่ คือ ฉันจะเป็นมังกรที่บินได้

3.มากกว่าการทวงคืนความเท่าเทียมกันในสังคม ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคืออะไร 

           แพมหวังว่า โครงการนี้จะสร้างการรับรู้ หรือ แรงกระเพื่อมไปยังส่วนต่างๆในสังคมได้ เพราะเชื่อหรือไม่ว่า เพียงแค่เปลี่ยนมายด์เซ็ทเรื่องนี้ในระดับองค์กรก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ยกตัวอย่างที่บริษัทแพม มีการให้ความรู้เรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศ ตั้ง Hotline เพื่อให้คำปรึกษาสำหรับพนักงานที่ถูกคุกคามทางเพศ มีการผลักดันเรื่องการเปลี่ยนสิทธิการลาคลอดที่ใช้คำว่า Maternity Leave (การหยุดไปทำหน้าที่แม่) เป็นคำว่า Paternity Leave (ให้คุณพ่อได้ลาไปดูแลลูก) เชื่อมั้ยว่าการสนับสนุนเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศในองค์กร จะทำให้พนักงานหญิงมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขารู้สึกว่าเขามีตัวตน กล้าพูด กล้าแย้ง นอกจากนี้ปัญหา ที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว อย่างการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ยังต้องได้รับการแก้ไข

         ในภาพใหญ่กว่านั้น คือ หากมีการส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศ จะส่งผลดีต่อจีดีพี โดยงานวิจัยของแมคคินซีย์ได้ระบุว่า ความหลากหลายทางเพศมีส่วนช่วยเพิ่มระดับกำไรทางธุรกิจขององค์กรได้ถึง 2.2 เท่า และช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นได้ถึง 2 เท่า อีกทั้งพบว่าองค์กรที่มีกลุ่มผู้บริหารทั้งเพศชายและเพศหญิงจะสามารถสร้างผลกำไรได้ดีกว่าถึง 40% พร้อมกันนี้ยังชี้ชัดว่า หากทุกประเทศในเอเชียแปซิฟิกร่วมมือกันปิดช่องว่างความเสมอภาคทางเพศ จะผลักดันการเติบโตดีพีรายปีในภูมิภาคเพิ่มขึ้น 4.5 ล้านล้านเหรียญภายในปี 2025

“ผู้หญิงก็เก่งได้ไม่แพ้ชาย” ความในใจจากผู้บริหารหญิงเก่ง ประนัปดา พรประภา

            4.สิ่งที่อยากบอกผู้นำหญิงด้วยกัน         

            “ผู้หญิงเรามีนิสัยชอบขอโทษ ทั้งที่จริงๆแล้วในบางมุมเราต้องกล้ายืนหยัดเพื่อตัวเอง และผู้หญิงคนอื่น ที่สำคัญ ใครที่ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำหญิง ต้องพร้อมช่วยสนับสนุนผู้หญิงคนอื่นด้วย อย่ากลัวที่จะขอให้ตัวเองมีความเท่าเทียมกับคนอื่น เพราะไม่มีใครมีความสามารถเอาพลังไปจากตัวเราได้ เว้นแต่ตัวเราเอง เราต้องเชื่อว่าเรามีพลังที่จะสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นได้จริง เพราะความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะไม่เกิดขึ้น หากผู้คนอีกกว่าครึ่งโลกยังไม่ตระหนักถึงสิทธิในความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม  ชายและหญิงต้องร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อสร้างพันธะสัญญาและสานต่อให้เป็นจริง อาจกล่าวได้ว่า ยังไม่มีประเทศใดในโลกที่ชายหญิงได้รับการปฏิบัติติอย่างเสมอภาค รวมถึงประเทศไทยด้วย”

ทั้งหมดนี้คือความใจในจากผู้บริหารหญิงแกร่ง ที่อยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมแสดงพลัง ในวันเสาร์ที่ 2 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News