HomeBT Newsพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ คลื่นลูกใหม่แห่ง SF อาณาจักรความบันเทิงของคนไทย

พิมสิริ ทองร่มโพธิ์ คลื่นลูกใหม่แห่ง SF อาณาจักรความบันเทิงของคนไทย

“อวสานของโรงภาพยนตร์” คือ คำพูดเจ็บๆ ที่ได้ยินบ่อยครั้งในยุคที่รูปแบบความบันเทิงของคนยุคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเดินเข้าโรงหนังอีกต่อไป เพราะมีสตรีมมิงออนดีมานด์อย่าง Netflix, Amazon Prime หรือแม้แต่ Disney+ ฯลฯ ต่อแถวรอเสิร์ฟความบันเทิงให้แบบส่งตรงถึงห้องนอน ยังไม่รวมสื่อออนไลน์ที่นำเสนอคอนเทนต์มากมายผ่านหน้าจอให้เสพกันไม่วัดไม่ไหว

อย่างไรก็ตามแม้ศึกช่วงชิงเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของผู้บริโภคจะทวีความดุเดือดขึ้นขนาดไหน แต่ในสายตาของคนรุ่นใหม่อย่าง มิ้นท์- พิมสิริ ทองร่มโพธิ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด  ลูกสาวคนสวยของพงษ์ศักดิ์ ทองร่มโพธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เอฟ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด ยังเชื่อว่า “ประสบการณ์” 2 ชั่วโมงกว่าๆที่ผู้ชมจะได้รับจากการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์คุณภาพ ซึ่งหลายคนการันตีว่าโรงภาพยนตร์ของไทยออกแบบได้สวยงาม มาพร้อมบริการที่ชวนประทับใจ ไม่แพ้ชาติใดในโลกแน่นอน จะยังเป็นหมัดเด็ดที่ทำให้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ยังสามารถยืนหนึ่งในธุรกิจบันเทิงได้

 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องไม่ลืมที่จะดิสรัปตัวเอง ให้ก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และความต้องการของลูกค้าเหมือนธุรกิจอื่นๆ ที่หลบไม่พ้นคลื่นดิจิทัลที่ซัดโครมเข้าอย่างจังเช่นกัน

          จากนี้ ลองมาฟังไอเดียการทำตลาดผ่านมุมมองของผู้บริหารเจน 2 ที่ประสบการณ์ไม่นิดตามตัว เพราะเติบโตมากับธุรกิจโรงหนัง ตั้งแต่ยังใช้แผ่นฟิล์ม พัฒนามาเป็นระบบ ดิจิทัล 3D 4DX

- Advertisement -

งานนี้สาวสวยผู้รักหลงใหลการดูหนังแบบเข้าเส้น! บอกเลยว่า โมเดลธุรกิจจากนี้ แค่อาศัยหนังดี มีกระแสอย่างเดียวไม่พอ การสร้างประสบการณ์ร่วมให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ ก็เป็นแต้มต่อสำคัญที่ SF ไม่มองผ่าน  

ใครเข้าใจลูกค้าที่สุด คนนั้นชนะ!

“ทุกวันนี้แพลตฟอร์มบริการสตรีมมิงวิดีโอเข้ามาช่วงชิงเวลาผู้บริโภคไม่น้อย แต่มิ้นท์ยังเชื่อว่า สุดท้ายแล้วประสบการณ์ที่ได้รับจากการมาใช้เวลาชมภาพยนตร์สักเรื่อง กับเพื่อน แฟน หรือ คนในครอบครัว ยังเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ และที่สำคัญสำหรับคอหนัง (รวมถึงตัวเธอเองด้วย) จะรู้เลยว่า หนังที่เข้าฉายในโรงหนังยังเป็น First tier ที่ผู้ชมตั้งตารอ โดยเฉพาะช่วงส่งท้ายปียาวไปถึงปีหน้า มีรายชื่อหนังน่าดูเยอะมาก ที่ทำให้เชื่อมั่นว่า คอหนังพลาดไม่ได้”

นอกจากหนังฟอร์มยาก หรือ หนังดีที่คนบอกต่อ จะเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงคนมาโรงหนัง แต่สำหรับพิมสิริมองว่าแค่นั้นยังไม่พอที่จะทำให้ผู้ชมเลือก SF

“พูดตรงๆคือ ถ้าลูกค้าตัดสินใจดูหนังสักเรื่อง ต่อให้ดูที่ไหนก็สนุกเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่าง คือ ประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากโมเมนต์ในการดูหนังมากกว่า นั่นคือ สิ่งที่เรามองว่าสำคัญ และนำไปสู่การตีโจทย์ใหญ่ทางการตลาดว่า เราจะเข้าใจลูกค้ามากที่สุดได้อย่างไร”

จากโจทย์ใหญ่นี้เอง กลายเป็นที่มาของการเปิดตัวโปรเจกต์บัตรสมาชิก SF+ อีกหนึ่งอาวุธการตลาดที่หลายแบรนด์หันมาใช้ ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้าง Brand Loyalty ให้ลูกค้ามาแล้วอยากกลับมาซ้ำ แต่ยังเป็นการสร้างถังดาต้าขนาดใหญ่ ที่บรรจุข้อมูลอินไซต์ตัวจริงๆของแบรนด์

“บัตรสมาชิก SF+ ตัวใหม่นี้ ทีมงานใช้เวลาศึกษาเพื่อแก้ Pain Point ของลูกค้าที่เคยมองว่าสมัครสมาชิกแล้วไม่คุ้ม ต้องเสียค่าสมัคร ใช้ร่วมกับโปรโมชั่นไม่ได้ และยังไม่มีรางวัลสำหรับลูกค้าที่มี engage กับแบรนด์ เราจึงสลายทุกความเจ็บปวด ส่งบัตร SF+ที่จะทำให้ลูกค้าคุ้มค่าที่สุด ด้วยการให้สมัครฟรี มีการสะสมจำนวนเรื่องที่ดูมาแลกของรางวัล และยังสามารถคัสตอมไมซ์เลือกโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่กลุ่ม ลูกค้าฟินยิ่งกว่าเพราะสามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นที่ SF ร่วมกับพาร์ทเนอร์ได้แบบไม่มีดอกจันทร์กำกับ เชื่อว่ากลยุทธ์นี้จะทำให้เราสร้างฐานสมาชิก 2 ล้านได้ภายในปีหน้า”

นอกจากกลยุทธ์การสู้ด้วยดาต้า โซเชียลมีเดีย ตลอดจนการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ก็ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ พิมสิริฉายภายให้เห็นว่า หลายปีที่ผ่านมา SF ไม่เพียงปรับให้ทุกสาขาทั่วประเทศมีการติดตั้งตู้คีออส เพื่อจำหน่ายตั๋ว เพื่อทดแทน Box office ที่ลดจำนวนลง เพื่อความคล่องตัวในการให้บริการ ในส่วนของโซเชียลมีเดีย SF ก็รุกหนักมีทีมงานดูแล ซึ่งพิมสิริเน้นย้ำว่า โซเชียลที่มาพร้อมความบันเทิงต้องไม่มองข้ามเรื่องความเหมาะสม เช็คก่อนแชร์

ความท้าทายของเจน 2

แม้จะเติบโตมากับธุรกิจโรงหนัง แต่ขึ้นชื่อว่าโลกธุรกิจไม่มีคำว่าง่าย ซึ่งพิมสิริ สาวเก่งที่หลายคนอาจคุ้นหน้าเพราะเป็นหนึ่งในพิธีกรรายการฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ คู่กับหนุ่มเมืองจันท์ (สรกล อดุลยานนท์) คอนเฟิร์มว่าจริง!

“ไม่ใช่แค่ยากนะคะ แต่ยังไม่มีทางลัด สิ่งที่มิ้นท์ใช้เตือนตัวเองตลอดคือ แพชชั่นเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของคนทำธุรกิจ เมื่อมีแพชชั่นมากพอต่อให้ล้มกี่ครั้ง ก็พร้อมจะลุก อีกข้อคือ วิชาตัวเบา คนเราต้องอย่ายึดติดกับตำแหน่งหรือความสำเร็จ แต่จงทำตัวเองให้เบาเข้าไว้ จะได้พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามา” ผู้บริหารคนเก่งบอกเล่าอย่างออกรส ก่อนทิ้งท้ายถึงเหล่าทายาทธุรกิจที่ตัดสินใจเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวว่า

“ที่ SF โชคดีผู้ใหญ่ค่อนข้างให้โอกาสในการเข้าทำงานปล่อยให้ได้ลองผิดลองถูก แม้ว่าบางอย่างที่รู้ว่าไปต่อก็เสีย ก็ยังให้ลอง เพื่อให้ได้ประสบการณ์ ซึ่งในฐานะเจน 2 อย่างเรา นอกจากคำขอโทษ คือ บทเรียนที่จะไม่ผิดซ้ำ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นสำหรับมิ้นท์การที่ได้มาทำงานใน SF ซึ่งหลายคนอาจจะพอรู้ว่าเป็นคำย่อมาจากชื่อ “สมานฟิล์ม” ซึ่งเป็นชื่อของคุณปู่ แต่สำหรับมิ้นท์ ยังมีอีกความหมายซ่อนอยู่ นั่นคือ Strong Family ที่บริหารธุรกิจโดยเน้นความจริงใจและเป็นครอบครัวที่แข็งแกร่ง”

อย่างไรก็ตาม นอกจากความตั้งใจและทุ่มเทให้องค์กรแล้ว บางครั้งสิ่งที่สำคัญกว่าผลงาน คือ การบาลานซ์ชีวิตและการทำงานให้สมดุล หรือ พูดง่ายๆว่าทุกคนต้องหาโน้ตตัวหยุดของตัวเองให้เจอนั่นเอง

เปิดโปรไฟล์ผู้บริหาร

-จบปริญญาตรี จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬา (อินเตอร์ )

-เริ่มงานแรกด้วยการเป็นพนักงานแผนก Event Officer ทำงานหนัก ลุยทุกอย่างจนไม่มีใครรู้ว่าเธอคือหลานสาวคนเดียวของครอบครัวทองร่มโพธิ์ จนกระทั่งขึ้นไปรับหน้าที่เป็นพิธีกรในอีเว้นต์หนึ่งของบริษัท แล้วต้องแนะนำตัว คนที่สาขาถึงรู้

-ฝึกวิทยายุทธด้วยการทำงานสายบัญชี และฝ่ายบุคคล ก่อนจะมาช่วยดูด้านการตลาด

– ความฝันสูงสุดคือโปรดิวเซอร์ทำหนัง

-คติประจำใจในการทำงาน คือ หาโน้ตตัวหยุดของตัวเองให้เจอ เพื่อบาลานซ์ชีวิตและการทำงาน

SF เปิดเกมรุกใหม่ ดึงดาต้า สร้าง Journey ให้ลูกค้า มาแล้ว(ต้อง)อยาก …

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News